สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้จะพาท่านไปท่องเที่ยวและทำบุญที่สุโขทัย
เริ่มต้นจากเช้าวันเสาร์ของวันหนึ่งต้นเดือนพฤศจิกายน
จุดนัดพบที่ร้านสะดวกซื้อแถวคลองตัน ผมไปปรากฏตัวตั้งแต่ตีห้า
เมื่อถึงเวลานัดพบตีห้าครึ่ง สมาชิกก็มาโดยพร้อมเพรียง
จัดกระบวนทัพเสร็จรถตู้สองคันก็ออกเดินทาง
ตอนเช้ารถไม่ค่อยติด วิ่งออกมาทางวิภาวดี-รังสิต ผ่านดอนเมือง ไปอยุธยา ชัยนาท สิงห์บุรี และถึง
นครสวรรค์ประมาณเก้าโมงเช้า ที่นี่เป็นการเติมแก๊สให้รถยนต์ และคนก็เติมพลังกินข้าวปลาอาหาร

เมื่อเติมแก๊สแล้วขบวนรถมุ่งเข้าสู่พิษณุโลก จุดมุ่งหมายคือ วัดใหญ่หรือวัดพระศรีมหาธาตุ
รถตู้มาจอดที่ใกล้ๆโรงแรมริมน่าน คณะเดินทางเดินเข้าประตูด้านข้างของวัดนางพญา
ตามปกติเมื่อมาเที่ยวที่วัดใหญ่ คนมักจะแวะวัดใหญ่ก่อนแล้วเดินมาเที่ยววัดนางพญาทีหลัง
แต่ครั้งนี้ไหนๆก็เดินเข้ามาทางวัดนางพญาแล้วก็เลยแวะเที่ยวก่อนเลย
เมื่อเข้าไปในโบสถ์ก็พบกับสมเด็จนางพญาเรือนแก้ว รูปแบบเหมือนกับพระพุทธชินราช
แต่มีความสวยงามอ่อนช้อยอยู่ด้วยกัน กราบพระเสร็จเดินออกมาด้านนอก ปัจจุบันวัดนางพญา
กำลังมีการบูรณะอาคารอยู่เป็นบางจุด เดินข้ามถนนมาก็ถึงวัดใหญ่ วันนั้นคนเยอะมาก
เป็นเพราะเป็นวันเสาร์ต้นเดือน มีกิจกรรมต่างๆสำหรับผู้มาเยือนมากมาย เช่นแก้ปีชง มีน้ำมนต์ของวัด
และที่แหวกแนวคือทำบุญรับไอสครีมกะทิ และน้ำมะพร้าว หาเงินเข้าวัด ไอสครีมกะทิ ถ้วยละ ๒๐ บาท
รัปประทานก่อนจะได้มีแรงทำบุญอื่นๆต่อไป
ผมใช้ดอกไม้ธูปเทียนไหว้พระพุทธชินราชจากด้านนอกอุโบสถ พอดีมีทองคำเปลวอีกแผ่นจึงคิดนอกกรอบ ในนุ่ม
เหมือนไก่ทอด ว่าเราใช้ทองคำเปลวไปปิดหลวงพ่อเหลือดีกว่า
หลวงพ่อเหลือเป็นพระพุทธรูปที่หล่อขึ้นโดยใช้ทองคำที่เหลือจากการหล่อองค์พระพุทธชินราช
ท่านอยู่ในกุฏิเล็กๆใกล้หน้าโบสถ์วัดใหญ่นั่นเอง สมัยก่อนสามารถเข้าถึงองค์พระได้ ผมยังเคย
เอาบัตรเครดิตไปรูดที่หัวเข่าท่าน จะได้มีเงินเหลือใช้ ได้ผลจริงๆเพราะบัตรเครดิตใบนั้นขอเพิ่มวงเงินทีไรก็จะได้เพิ่มทุกที
ตอนนี้มีการสร้างกรอบขึ้นล้อมองค์พระไว้ มีช่องให้ใส่สตางค์ทำบุญ ทางวัดคงเพิ่มช่องทางในการหารายได้
อันนี้คิดบวกหรือคิดลบ คิดบวกครับ ผมก็นำทองคำเปลวหนึ่งแผ่นไปติดใกล้ๆช่องหยอดสตางค์ทำบุญ
จะได้มีเงินไหลมาเทมาเพราะทำ ธุรกิจออนไลน์

ต่อจากนั้นผมก็เข้าไปไหว้พระพุทธชินราชในโบสถ์ ตอนถ่ายรูปก็ยืนขาเดียว
เพราะเขาห้ามยืนถ่ายรูปองค์พระ ถ้ายืนขาเดียวแสดงว่าเขย่ง ไม่ผิดกฎ เออจริงด้วย
จากวัดใหญ่ เดินทางต่อมายัง เขาสมอแครง ทีนี่มีรอยพระพุทธบาทจำลองแต่ไม่ใช่รอยราบกับพื้น
เป็นรอยตะแคงอยู่ มีบันไดเดินขึ้นไป แต่ไม่ได้ขึ้นเพราะมีเวลาจำกัด

ต่อจากนั้นรถก็วิ่งย้อนศรมาที่โรงเจไซทีฮกตึ้ง อยู่บนเขาเหมือนกัน มีรูปเทพเห้งเจีย เดินขึ้นไปที่ด้านบนจะมีโรงเจ
ทานอาหารฟรี แต่เปิดโอกาสให้บริจาคค่าอาหารแล้วแต่ศรัทธา ผมก็บริจาคไป ๒ บาท ทานจนอิ่ม(ยังจะมาเล่าอีกนะ)
อิ่มแล้วขึ้นลิฟท์ไปชั้น ๒ มีรูปปั้นพระยูไลที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
ภาพนี้ครึ่งนั่งครึ่งนอนถ่าย
ที่เห็นเงามือด้านขวาบนเปรียบเสมือนความทุกข์ที่ผ่านเข้ามาในชีวิต ต้องใช้พระพุทธองค์เป้นที่พึ่งจึงจะพบความสว่างของชีวิตเหมือนท้องฟ้าสีน้ำเงินด้านซ้ายมือบน
เมื่อเสร็จภาระกิจที่นี่ คณะเดินทางก็ไปต่อ ไปจังหวัดสุโขทัย จุดแรกที่แวะคือ แม่ย่าเสือง

แม่ย่าเสืองเป็นน้องสาวของพ่อขุนบางกลางท่าว และเป็นพระราชมารดาของพ่อขุนรามคำแหง
บริเวณที่ให้คารวะปักธูปเทียน มีรูปปั้นเทพธิดาอยู่กลางน้ำด้ายมือ ล้อกับรูปปั้นเทพบุตรทางด้านขวา
เป็นศิลปะที่มีความอ่อนช้อยสวยงาม
เมื่อกราบคารวะแม่ย่าเสืองแล้ว ผมก็ขอตัวเลขแห่งโชคลาภโดยเสี่ยงเซียมซี ได้เบอร์ 11
เมื่อเดินไปที่ตู้ใบเซียมซีด้านขวามือ ก็พบว่าช่องที่วางใบเซียมซีใบที่ 11 ว่างเปล่าไม่มีอะไร
ผมยกฝ่ามือขึ้นดูแล้วบอกว่าเซียมซีใบที่ 11 สุขภาพแข็งแรง จิตใจสงบ พบความรวย
ไม่มีใบเซียมซีก็กำหนดขึ้นมาเอง เราเท่านั้นที่ลิขิตชีวิตเรา
ต่อจากนั้นจึงเดินทางไปอำเภอศรีสำโรง อาจใช้เวลาการเดินทางนิดหนึ่ง ทายซิว่าผมเดินทางด้วยอะไร ช้างหรือว่ารถยนต์
ถ้าใครเห็นรูปรถยนต์อยู่ใกล้ๆช้างจะโชคดีมากเลย
เมื่อถึงอำเภอศรีสำโรงพักที่ แสนรักรีสอร์ท เจ้าของบอกว่ากำลังทำเว็บไซด์โฆษณาเอาไว้แล้ว
ท่านลองค้นจากกูเกิลดูก็แล้วกัน ถ้าไม่พบก็เป็น กูกลุ้ม ไง
ห้องพักที่เแสนรักรีสอร์ท ไม่ได้ค่าโฆษณาจริงๆ
เย็นนั้นรับประทานอาหารที่บ้านงานซึ่งเป็นที่ตั้งกองผ้าป่า
วันนี้ทานอาหารอยู่หมู่เดียว หมู่สี่ตำบลวังทอง
หลังจากจบงานฉลองผ้าป่าจึงกลับมาพักที่รีสอร์ท
เช้าวันรุ่งขึ้นเมื่อรับประทานอาหารที่บ้านงานแล้วจึงเดินทางไปอำเภอทุ่งเสลี่ยม จุดมุ่งหมายคือสักการะหลวงพ่อศิลา
ซึ่งเป็นพระพุทธรูปศิลานาคปรกบางสมาธิสลักจากหินทรายสีเทา เดิมประดิษฐานอยู่ที่ถ้ำเจ้ารามซึ่งมีค้างคาวพันธ์บัวอาศัยอยู่จำนวนมาก
ปี ๒๔๗๒ ท่านครูบาก๋วนจากลำปางอัญเชิญพระพุทธรูปนาคปรกออกมาถึงอำเภอทุ่งเสลี่ยม เกิดฟ้าฝนคะนอง เมื่อฝนหยุดมีค้างคาวบินมาวนเหนือบริเวณนั้น
ชาวบ้านจึงอัญเชิญพระพุทธรูปศิลานาคปรกประดิษฐาน ณ วัดทุ่งเสลี่ยม ตั้งแต่บัดนั้นและตั้งชื่อว่าพระศิลา
ปี ๒๕๓๐ พระศิลาหายไป แต่ติดตามคืนมาได้ในปี ๒๕๓๙ คณะทำงานอัญเชิญถวายในหลวง พระองค์ทรงโปรดพระราชทานกลับคืนมายังวัด เมื่อ ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๐
จึงเรียกกันว่า "หลวงพ่อศิลา"
ใกล้ๆวัดทุ่งเสลี่ยมก็มีอีกวัดหนึ่งแทบจะเป็นบริเวณเดียวกัน คือวัดพิพัฒน์มงคล โดยหลวงพ่อพิพัฒน์มงคลเป็นชาวเชียงใหม่
บวชเป็นพระแล้วเดินธุดงค์มาถึงที่นี้ เจ้าที่มาเข้าฝันบอกว่าให้ขุดไปที่กอไผ่จะพบกับพระพุทธรูป ให้ช่วยสร้างวัดขึ้นตรงนี้และเอาพระพุทธรูปขึ้นมาบูชาด้วย
หลวงพ่อบอกว่ามีเงินอยู่ ๑๘๐ บาทจะทำได้อย่างไร เจ้าที่บอกว่าเดี๋ยวจะให้ลูกน้องตามมาช่วย
หลวงพ่อบอกชาวบ่านให้มาขุดที่กอไผ่ พบพระพุทธรูปจำนวนมาก จึงบุกเบิกสร้างเป็นวัดขึ้นมาจนถึงทุกวันนี้
เมื่อเสร็จภาระกิจที่วัดนี้แล้ว จึงเดินทางกลับบ้านงาน ทันฉลองผ้าป่า ทันพระเทศน์ปิดท้ายพอดี
(เรื่องท่องเที่ยวเล่าซะยาว เรื่องทำบุญเล่านิดเดียวนะมึง) โถ พี่อักษรส้มก็อ่านไปเหอะ
เมื่อส่งพระกลับวัดก็รับประทานอาหาร มีก๋วยเต๊๋ยวสุโขทัย ต้มฟักใส่พริกไทยดำ บัวลอย
ต่อจากนั้นจึงเดินทางไปชมอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย พระปรางค์สามยอด
ภาพ
ตอนเดินทางกลับมาแวะเติมแก๊สรถยนต์ที่พิษณุโลกตั้งแตสี่โมงครึ่งถึงหกโมงครึ่ง จึงเดินทางกลับกรุงเทพถึงจุดนัดหมายเดิม
ประมาณเที่ยงคืน รวมเวลาเที่ยวไปได้บุญ 43 ชั่วโมง
ขอให้ผลบุญที่ทำไปครั้งนี้ส่งผลถึงเทพยดาที่รักษาตัวข้าด้วย
จนกว่าจะพบกันใหม่
เริ่มต้นจากเช้าวันเสาร์ของวันหนึ่งต้นเดือนพฤศจิกายน
จุดนัดพบที่ร้านสะดวกซื้อแถวคลองตัน ผมไปปรากฏตัวตั้งแต่ตีห้า
เมื่อถึงเวลานัดพบตีห้าครึ่ง สมาชิกก็มาโดยพร้อมเพรียง
จัดกระบวนทัพเสร็จรถตู้สองคันก็ออกเดินทาง
ตอนเช้ารถไม่ค่อยติด วิ่งออกมาทางวิภาวดี-รังสิต ผ่านดอนเมือง ไปอยุธยา ชัยนาท สิงห์บุรี และถึง
นครสวรรค์ประมาณเก้าโมงเช้า ที่นี่เป็นการเติมแก๊สให้รถยนต์ และคนก็เติมพลังกินข้าวปลาอาหาร

เมื่อเติมแก๊สแล้วขบวนรถมุ่งเข้าสู่พิษณุโลก จุดมุ่งหมายคือ วัดใหญ่หรือวัดพระศรีมหาธาตุ
รถตู้มาจอดที่ใกล้ๆโรงแรมริมน่าน คณะเดินทางเดินเข้าประตูด้านข้างของวัดนางพญา
ตามปกติเมื่อมาเที่ยวที่วัดใหญ่ คนมักจะแวะวัดใหญ่ก่อนแล้วเดินมาเที่ยววัดนางพญาทีหลัง
แต่ครั้งนี้ไหนๆก็เดินเข้ามาทางวัดนางพญาแล้วก็เลยแวะเที่ยวก่อนเลย
|
|
แต่มีความสวยงามอ่อนช้อยอยู่ด้วยกัน กราบพระเสร็จเดินออกมาด้านนอก ปัจจุบันวัดนางพญา
กำลังมีการบูรณะอาคารอยู่เป็นบางจุด เดินข้ามถนนมาก็ถึงวัดใหญ่ วันนั้นคนเยอะมาก
เป็นเพราะเป็นวันเสาร์ต้นเดือน มีกิจกรรมต่างๆสำหรับผู้มาเยือนมากมาย เช่นแก้ปีชง มีน้ำมนต์ของวัด
และที่แหวกแนวคือทำบุญรับไอสครีมกะทิ และน้ำมะพร้าว หาเงินเข้าวัด ไอสครีมกะทิ ถ้วยละ ๒๐ บาท
รัปประทานก่อนจะได้มีแรงทำบุญอื่นๆต่อไป
ผมใช้ดอกไม้ธูปเทียนไหว้พระพุทธชินราชจากด้านนอกอุโบสถ พอดีมีทองคำเปลวอีกแผ่นจึงคิดนอกกรอบ ในนุ่ม
เหมือนไก่ทอด ว่าเราใช้ทองคำเปลวไปปิดหลวงพ่อเหลือดีกว่า
|
|
ท่านอยู่ในกุฏิเล็กๆใกล้หน้าโบสถ์วัดใหญ่นั่นเอง สมัยก่อนสามารถเข้าถึงองค์พระได้ ผมยังเคย
เอาบัตรเครดิตไปรูดที่หัวเข่าท่าน จะได้มีเงินเหลือใช้ ได้ผลจริงๆเพราะบัตรเครดิตใบนั้นขอเพิ่มวงเงินทีไรก็จะได้เพิ่มทุกที
ตอนนี้มีการสร้างกรอบขึ้นล้อมองค์พระไว้ มีช่องให้ใส่สตางค์ทำบุญ ทางวัดคงเพิ่มช่องทางในการหารายได้
อันนี้คิดบวกหรือคิดลบ คิดบวกครับ ผมก็นำทองคำเปลวหนึ่งแผ่นไปติดใกล้ๆช่องหยอดสตางค์ทำบุญ
จะได้มีเงินไหลมาเทมาเพราะทำ ธุรกิจออนไลน์

ต่อจากนั้นผมก็เข้าไปไหว้พระพุทธชินราชในโบสถ์ ตอนถ่ายรูปก็ยืนขาเดียว
เพราะเขาห้ามยืนถ่ายรูปองค์พระ ถ้ายืนขาเดียวแสดงว่าเขย่ง ไม่ผิดกฎ เออจริงด้วย
จากวัดใหญ่ เดินทางต่อมายัง เขาสมอแครง ทีนี่มีรอยพระพุทธบาทจำลองแต่ไม่ใช่รอยราบกับพื้น
เป็นรอยตะแคงอยู่ มีบันไดเดินขึ้นไป แต่ไม่ได้ขึ้นเพราะมีเวลาจำกัด

ต่อจากนั้นรถก็วิ่งย้อนศรมาที่โรงเจไซทีฮกตึ้ง อยู่บนเขาเหมือนกัน มีรูปเทพเห้งเจีย เดินขึ้นไปที่ด้านบนจะมีโรงเจ
ทานอาหารฟรี แต่เปิดโอกาสให้บริจาคค่าอาหารแล้วแต่ศรัทธา ผมก็บริจาคไป ๒ บาท ทานจนอิ่ม(ยังจะมาเล่าอีกนะ)
อิ่มแล้วขึ้นลิฟท์ไปชั้น ๒ มีรูปปั้นพระยูไลที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
|
|
ที่เห็นเงามือด้านขวาบนเปรียบเสมือนความทุกข์ที่ผ่านเข้ามาในชีวิต ต้องใช้พระพุทธองค์เป้นที่พึ่งจึงจะพบความสว่างของชีวิตเหมือนท้องฟ้าสีน้ำเงินด้านซ้ายมือบน
เมื่อเสร็จภาระกิจที่นี่ คณะเดินทางก็ไปต่อ ไปจังหวัดสุโขทัย จุดแรกที่แวะคือ แม่ย่าเสือง

แม่ย่าเสืองเป็นน้องสาวของพ่อขุนบางกลางท่าว และเป็นพระราชมารดาของพ่อขุนรามคำแหง
|
|
เป็นศิลปะที่มีความอ่อนช้อยสวยงาม
เมื่อกราบคารวะแม่ย่าเสืองแล้ว ผมก็ขอตัวเลขแห่งโชคลาภโดยเสี่ยงเซียมซี ได้เบอร์ 11
เมื่อเดินไปที่ตู้ใบเซียมซีด้านขวามือ ก็พบว่าช่องที่วางใบเซียมซีใบที่ 11 ว่างเปล่าไม่มีอะไร
ผมยกฝ่ามือขึ้นดูแล้วบอกว่าเซียมซีใบที่ 11 สุขภาพแข็งแรง จิตใจสงบ พบความรวย
ไม่มีใบเซียมซีก็กำหนดขึ้นมาเอง เราเท่านั้นที่ลิขิตชีวิตเรา
ต่อจากนั้นจึงเดินทางไปอำเภอศรีสำโรง อาจใช้เวลาการเดินทางนิดหนึ่ง ทายซิว่าผมเดินทางด้วยอะไร ช้างหรือว่ารถยนต์
ถ้าใครเห็นรูปรถยนต์อยู่ใกล้ๆช้างจะโชคดีมากเลย
|
เมื่อถึงอำเภอศรีสำโรงพักที่ แสนรักรีสอร์ท เจ้าของบอกว่ากำลังทำเว็บไซด์โฆษณาเอาไว้แล้ว
ท่านลองค้นจากกูเกิลดูก็แล้วกัน ถ้าไม่พบก็เป็น กูกลุ้ม ไง
|
|
เย็นนั้นรับประทานอาหารที่บ้านงานซึ่งเป็นที่ตั้งกองผ้าป่า
วันนี้ทานอาหารอยู่หมู่เดียว หมู่สี่ตำบลวังทอง
|
|
เช้าวันรุ่งขึ้นเมื่อรับประทานอาหารที่บ้านงานแล้วจึงเดินทางไปอำเภอทุ่งเสลี่ยม จุดมุ่งหมายคือสักการะหลวงพ่อศิลา
ซึ่งเป็นพระพุทธรูปศิลานาคปรกบางสมาธิสลักจากหินทรายสีเทา เดิมประดิษฐานอยู่ที่ถ้ำเจ้ารามซึ่งมีค้างคาวพันธ์บัวอาศัยอยู่จำนวนมาก
ปี ๒๔๗๒ ท่านครูบาก๋วนจากลำปางอัญเชิญพระพุทธรูปนาคปรกออกมาถึงอำเภอทุ่งเสลี่ยม เกิดฟ้าฝนคะนอง เมื่อฝนหยุดมีค้างคาวบินมาวนเหนือบริเวณนั้น
ชาวบ้านจึงอัญเชิญพระพุทธรูปศิลานาคปรกประดิษฐาน ณ วัดทุ่งเสลี่ยม ตั้งแต่บัดนั้นและตั้งชื่อว่าพระศิลา
ปี ๒๕๓๐ พระศิลาหายไป แต่ติดตามคืนมาได้ในปี ๒๕๓๙ คณะทำงานอัญเชิญถวายในหลวง พระองค์ทรงโปรดพระราชทานกลับคืนมายังวัด เมื่อ ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๐
จึงเรียกกันว่า "หลวงพ่อศิลา"
|
|
บวชเป็นพระแล้วเดินธุดงค์มาถึงที่นี้ เจ้าที่มาเข้าฝันบอกว่าให้ขุดไปที่กอไผ่จะพบกับพระพุทธรูป ให้ช่วยสร้างวัดขึ้นตรงนี้และเอาพระพุทธรูปขึ้นมาบูชาด้วย
หลวงพ่อบอกว่ามีเงินอยู่ ๑๘๐ บาทจะทำได้อย่างไร เจ้าที่บอกว่าเดี๋ยวจะให้ลูกน้องตามมาช่วย
หลวงพ่อบอกชาวบ่านให้มาขุดที่กอไผ่ พบพระพุทธรูปจำนวนมาก จึงบุกเบิกสร้างเป็นวัดขึ้นมาจนถึงทุกวันนี้
|
|
(เรื่องท่องเที่ยวเล่าซะยาว เรื่องทำบุญเล่านิดเดียวนะมึง) โถ พี่อักษรส้มก็อ่านไปเหอะ
เมื่อส่งพระกลับวัดก็รับประทานอาหาร มีก๋วยเต๊๋ยวสุโขทัย ต้มฟักใส่พริกไทยดำ บัวลอย
|
|
ภาพ
|
|
|
|
ประมาณเที่ยงคืน รวมเวลาเที่ยวไปได้บุญ 43 ชั่วโมง
ขอให้ผลบุญที่ทำไปครั้งนี้ส่งผลถึงเทพยดาที่รักษาตัวข้าด้วย
จนกว่าจะพบกันใหม่






















ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น